home > ภาษาไทย > อาชีพ และ การดำรงชีวิตของคนไทย

การทำนาเกลือ

แหล่งผลิตเกลือทะเลที่สำคัญของประเทศไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ และเพชรบุรี การทำเกลือทะเลหรือเกลือสมุทร เป็นอาชีพหนึ่งของชาวบ้านแหลม
จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งกระบวนการผลิตเกลือทะเลนั้นจำเป็นต้องใช้เทคนิค ผสมผสานเป็นพิเศษ ซึ่งแสดงถึงการสืบทอดภูมิปัญญาของชาวบ้านแต่ครั้งอดีต ปัจจุบันอาชีพการทำนา เกลือกำลังจะสูญหายไป ด้วยเหตุที่มีการผลิตเกลือโดยกระบวนการทางวิศวกรรมเหมืองแร่ที่เรียกว่า
เกลือหิน หรือเกลือบริสุทธิ์จำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เป็นเหตุให้ราคาเกลือทะเลลดลงไปในที่สุด นอกจากนี้กรรมวิธีในการผลิตเกลือทะเลก็ยังมีต้นทุนที่สูงกว่าอีกด้วย อย่างไรก็ตามการคำนึงถึงคุณค่าระหว่างเกลือทะเลกับเกลือบริสุทธิ์แล้ว มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเกลือบริสุทธิ์มีเฉพาะปริมาณโซเดียมคลอไรด์ (ความเค็ม) ที่สูงมากเกินความจำเป็นของร่างกาย แต่เกลือทะเลนั้น ทำมาจากน้ำทะเลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
ถึง 24 ชนิด ซึ่งในเกลือบริสุทธ์ไม่มี
กระบวนการผลิตเกลือทะเลต้องใช้พื้นที่ในการทำนาเกลือและต้องการแสงแดด
จากดวงอาทิตย์เพื่อเพิ่มระดับความเข้มข้น (ความเค็ม) ให้กับน้ำทะเลจนตกผลึกเป็นเม็ดเกลือ โดยเริ่มจากการเตรียมพื้นที่ทำนาเกลือให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตเกลืออย่างต่อเนื่องประมาณ 1-2 กิโลเมตร หรือพื้นที่ประมาณ 30-35 ไร่ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้พื้นที่ทำนาเกลือจึงควรอยู่ใกล้ชายทะเลหรือชายคลองที่สามารถดันน้ำเข้าแปลงนาเกลือแต่ละส่วนซึ่งเรียกว่า กระทง นอกจากพื้นที่นาเกลือตอนปลายทางควรอยู่ใกล้ถนนเพื่อสะดวกในการขนส่ง
กรณีพื้นที่ตรงสามารถชักน้ำ หรือดันน้ำอย่างต่อเนื่องกันในแต่ละกระทงเรียกว่า นายืน หากพื้นที่ไม่ต่อเนื่องกันแต่ละกระทงต้องดันน้ำสลับไปสลับมา เรียกว่า นาวน อย่างไรก็ตาม ทั้งนายืนหรือนาวนจะต้องจัดเตรียมผืนนาเกลือเชื่อมโยงกันถึง 5 ส่วน เพราะจะต้องมีการดันน้ำจากส่วนแรกไปถึงส่วนที่ 5 ตามลำดับ โดยการใช้กังหันลมหมุนจากลมธรรมชาติเพื่อดันน้ำ ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องสูบน้ำดันน้ำเข้าในแต่ละส่วน โดยเริ่มจากส่วนแรกเรียกว่า วังน้ำ ซึ่งเป็นแปลงสำหรับเก็บกักน้ำทะเล ชาวนาเกลือเรียกว่า น้ำอ่อน
การทำนาเกลือเริ่มประมาณเดือนตุลาคม และจะเริ่มปล่อยน้ำเข้าสู่ นาตาก ซึ่งเป็นส่วนที่ 2 ตรงกับเดือนพฤศจิกายน ซึ่งพ้นหน้าฝนแล้ว หลังจากนั้นจะดันน้ำเข้าสู่นาแผ่ เป็นส่วนที่ 3 จากนั้นพักไว้ประมาณ 5-7 วัน แสงแดดจะค่อย ๆ แผดเผาให้น้ำค่อยๆ งวด จนกระทั่งความเค็มเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าใช้เครื่องวัดระดับความเค็มจะประมาณ 22-24 องศา เดิมชาวนาเกลือจะใช้วิธีสังเกตความเค็มจากคราบสีน้ำ ซึ่งจับอยู่ริมกระทงนา หากเป็นระดับความเค็มพร้อมจะปล่อยเข้าสู่นาเกลือส่วนที่ 4 เรียกว่า นาวาง (บางแห่งเรียก นาปลง) ซึ่งเป็นการเตรียมการปรับพื้นที่เพื่อรองรับน้ำจากนาเกลือส่วนที่ 5 เรียกว่า นาดอก ที่จะกลายเป็นเม็ดเกลือในที่สุด จากนั้นชาวนาเกลือจะใช้วัสดุกลิ้งบดทับพื้นที่ผิวดินให้เรียบแน่นมิให้มีรอยแตก ประมาณ 4-5 ครั้งๆละ 3-5 วัน และการกลิ้งบดแต่ละครั้งควรห่างกันประมาณ 5-7 วัน ตามสภาพของผิวดิน เมื่อชาวนาเกลือปล่อยน้ำเชื้อลงมาก็จะค่อยๆ ตกผลึกเป็นเม็ดเกลือ มีค่าความเค็มประมาณ 82- 87 %
โดยสรุปกระบวนการผลิตเกลือทะเล ต้องอาศัยกระบวนการจากธรรมชาติ โดยเฉพาะแสงแดด ตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งเป็นเม็ดเกลือ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน ทั้งนี้หากมีฝนตกหรือน้ำท่วม กระบวนการผลิตเกลือทะเลอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ หรือบางครั้งอาจไม่ได้เกลือเลย

ที่มา : คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการการอำนวยการจัดการจีดงานเฉลิมพระเกียรติิพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 5 ธันวาคม 2542. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดเพชรบุรี, กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2544. หน้า 144-146.

 

วีซ่าประเทศต่างๆ บาหลี อินโดเนเซีย เที่ยวอเมริกา ประเพณีไทย อาชีพของคนไทย อาหารไทย ท่องเที่ยวภาคใต้ ท่องเที่ยวภาคเหนือ ภาคอีสาน กรุงเทพฯ เที่ยวในประเทศไทยภาคตะวันออก รับสมัครงาน ละครโทรทัศน์ ปฎิทินข่าว

Oops!

It looks like you don't have flash player 6 installed. Click here to go to Macromedia download page.


AddThis Social Bookmark Button